| |
จักรีวงศ์องศ์ที่สองผ่องพิสุทธิ์ |
|
นามประดุจพระพุทธเลิศหล้า ฯ สง่าศรี |
| สืบสมบัติแทนบิดาครองธานี |
|
บารมีคุ้มเกล้าเหล่ามวลชน |
"ฉิม" คือนามที่ใช้แต่วัยเด็ก |
|
เมื่อยังเล็กสำนึกรู้ฝึกฝน |
| หลากวิชาสารพัดฝึกหัดตน |
|
ด้วยเป็นคนใฝ่รู้สู้พากเพียร |
มีความคิดแตกฉานชาญฉลาด |
|
ทรงเปรื่องปราดทุกด้านทั้งอ่านเขียน |
| ยุทธศิลป์ยุทธศาสตร์ไม่พลาดเรียน |
|
มิแปรเปลี่ยนวิสัยกล้ามาแต่เยาว์ |
เพียงแปดขวบตามบิดาคราเดินทัพ |
|
คุ้นเคยกับป่ากว้างกลางขุนเขา |
| คอยสังเกตอย่างลึกล้ำทั่วลำเนา |
|
ซึมซับเอาพิชัยยุทธสุดเชี่ยวชาญ |
พม่ารู้ความเก่งกล้าและสามารถ |
|
เข็ดขยาดฤทธีที่กล้าหาญ |
| จึงยุติศึกที่มีมานาน |
|
ขอสมานไมตรีมีสัญญา |
ฝีพระหัตถ์เชี่ยวชาญชำนาญศิลป์ |
|
ทรงเป็นปิ่นวรรณกวีที่ล้ำค่า |
| ยุคทองวรรณกรรมล้ำพรรณนา |
|
สร้างวัดวาสวยซึ้งตราตรึงใจ |
ทรงค้ำจุนศาสนาศรัทธาเหลือ |
|
ทรงก่อเกื้อประชาพาชาติใหญ่ |
| ราษฏรร่มเย็นเป็นสุขใจ |
|
ยามปลอดภัยจากศัตรูผู้รุกราน |
เตรียมกำลังพร้อมสรรพไว้รับศึก |
|
ด้วยทรงฝึกจนกล้าแกร่งกำแหงหาญ |
| ถ้วนทุกอย่างเตรียมพร้อมป้อมปราการ |
|
ไว้ต่อต้านปัจจามิตรพิชิตชัย |
ทรงพระคุณต่อไทยอย่างไพศาล |
|
พระวิญญาณสถิตทิศาไหน |
| โปรดรับรู้เหล่าข้าประชาไทย |
|
น้อมดวงใจอภิวันทน์นิรันดร์กาล |