วันวิสาขบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ความหมาย การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ หรือเดือน ๖ เพื่อระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ในวันและเดือนเดียวกัน ซึ่งมีชื่อเต็มว่า วิสาขบุรณมีบูชา
ประวัติความเป็นมา
ประสูติ พระพุทธเจ้าเป็นโอรสในพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะและพระนางสิริมหามายา ด้วยแต่โบราณผู้หญิงไม่สามารถคลอดบุตรที่บ้านสามีได้ พระมารดาจึงต้องเดินทางกลับไปยังกรุงเทวทหะ เมื่อเสด็จถึงบริเวณสวนลุมพินีวันพระนางทรงเจ็บพระครรภ์ ทรงประสูติพระพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน อยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองลุมมินเด ประเทศเนปาล) ในตอนเช้าของวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติออกจากพระครรภ์ ทรงหันพระพักตร์ไปทางทิศอุดร (เหนือ)เสด็จพระราชดำเนินไป ๗ ก้าวแล้วประทับยืนพร้อมเปล่งวาจา แปลได้ว่า"เราเป็นผู้เลิศเป็นยอดแห่งโลก เราเป็นผู้เจริญแห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลกความบังเกิดชาตินี้มีในที่สุด บัดนี้ความบังเกิดอีกมิได้มี" เมื่อประสูติได้ ๕ วันได้ขนานพระนามว่า สิทธัตถะ หมายถึง มีความต้องการสำเร็จ
ตรัสรู้ ต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญพราหมณ์มาทำนายอนาคตของเจ้าชายสิทธัตถะ พราหมณ์ทำนายว่า ถ้าครองเพศฆราวาสต่อไป จะได้ทรงเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่แต่ถ้าทรงออกบวชแล้วจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก พระเจ้าสุทโธทนะทรงมีความหว่งพระโอรสจะออกบวช จึงทรงปรนเปรอด้วยความสุขมากมายเมื่อมีพระชนมายุที่จะอภิเษก พระบิดาก็ได้ทรงจัดพิธีอภิเษกให้กับพระนางยโสธรา และมีพระโอรส ๑ พระองค์ นามว่าพระราหุล ก็ทรงเบื่อหน่ายในชีวิต ด้วยทอดพระเนตร ความเกิด แก่ เจ็บ และตายทรงมีความตั้งพระทัยหาหนทางเพื่อให้พ้น ทุกข์ทั้งปวงพระองค์ก็เสด็จออกผนวชและทรงบำเพ็ญเพียรอย่าหนัก จนได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมแคว้นมคธ(ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองพุทธคยา แคว้นพิหารประเทศอินเดีย) เมื่อเช้ามืด วันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี
เสด็จปรินิพพาน หลังจากตรัสรู้แล้วพระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจโปรดผู้คนสั่งสอนให้ได้บรรลุมรรคผลเป็นจำนวนมาก ก่อนจะปรินิพพานทรงแสดงปัจฉิมโอวาทว่า "ภิกษุทั้งหลายบัดนี้เราเตือนท่านทั้งหลายให้รู้ สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด" และเสด็จดับขันปรินิพพานเมื่อวันอังคารขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ แท่นบรรทมระหว่างต้นสาละ (ต้นรัง)คู่ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ( ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ) สิริรวมพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
ประวัติการประกอบพิธีกรรมวันวิสาขบูชาในประเทศไทย เริ่มทำมาแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ตามหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือของนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ว่าการจัดพิธีจัดอย่างเอิกเกริก พิธีกรรมที่สำคัญคือ รักษาอุโบสถศีลทำบุญทำทาน ฟังธรรม และ เวียนเทียนในตอนค่ำ
ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงธน ลัทธิศาสนาพราหมณ์ได้แพร่ขยายและมีอิทธิพ จึงไม่ปรากฏ การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา ครั้งในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) มีความเสื่อมใส ให้ประกอบพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นอีกครั้ง ในปัจจุบันพุทธศาสนิกชนยังถือปฏิบัติและถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทางราชการจึงได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ประชุมขององค์การพุทธศาสนิกชนสัมพันธ์แห่งโลก องค์การสหประชาชาติได้มีมติตกลงกำหนดให้เป็นวันสำคัญสากลขององค์การสหประชาชาติ
กิจกรรมที่ควรปฎิบัติ ใส่บาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาศีล ปล่อยนกปล่อยปลา เวียนเทียน เป็นต้น
|